home  

ham  

tea  

myshop  

sjmall  

misc.  

links  

contact us


        

 

 

 

 

หัวข้อต่อไปนี้ เพื่อความสุขของท่าน อ่านแล้วอ่านเลย

Packet Nature
4 ปีกับ Packet Radio
ใครคุมสื่อ Packet Radio ไทย
ใคร ๆ ก็อยากเป็น “NUNBER #1”
เมื่อเครือข่ายทะเลาะกัน!!!!
ต่างประเทศเขาใช้ Packet กันอย่างไร


Packet Nature

          คำว่า Nature แปลว่า “ธรรมชาติ” มีเพื่อนผมคนหนึ่งบอกว่า ถ้าฝรั่งพูดคำนี้ ยังมีความหมายอีกนัยหนึ่งว่า “นิสัยถาวร” หรือที่เราพูดกันอย่างคุ้นเคยกันว่า “สันดาน” สำหรับ Packet Nature นี้ ผมหมายถึง “ธรรมชาติของ Packet Radio” นะครับ

          การเรียนรู้เรื่อง Packet Radio ทำให้ผมรู้สึกว่า การทำงานใน Mode Packet Radio ให้ปรัชญาในการดำเนินชีวิตได้เป็นอย่างดี เรามาดูการทำงานของเขาเป็นข้อ ๆ ดังนี้

1.   รู้จักประมาณตนเอง

          ระบบ Packet Radio จะรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วที่เท่ากันเสมอ ไม่มีการโอ้อวดความสามารถกัน ความเร็ว 1200 bps จะไม่สามารถรับส่งกับความเร็วที่สูงกว่าหรือต่ำกว่าได้

2.   อยู่ร่วมกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย รู้จักให้อภัย

          การจัดการรับส่งข้อมูลเป็นแบบ CSMA (Carrier Sense Multiple Access) มีการตรวจสอบสัญญาณ ทำให้ผลัดกันรับส่งอย่างเป็นระเบียบ ทำงานได้พร้อมกันหลายคู่สถานีพร้อมกันในช่องความถี่เดียวกัน  ข้อมูลถูกส่งถึงปลายทางอย่างถูกต้อง ข้อมูลอาจมีโอกาสปะทะกันบ้าง ก็ต่างฝ่ายต่างเริ่มต้นกันใหม่

3.   แม่นยำ ชัดเจน ไม่ผิดพลาด

          ข้อมูลจะส่งถึงปลายทางอยู่ถูกต้อง ทั้งเนื้อหาของข้อมูลและส่งไม่ผิดที่ เพราะระบบ Packet Radio วิธีการรับส่งใช้แบบ Protocal AX.25 แบ่งข้อมูลออกเป็นชุด ๆ แต่ละชุดจะมีชื่อผู้รับกับชื่อผู้ส่ง และตัวข้อมูล ที่สำคัญมีระบบตรวจสอบความถูกต้องด้วย หากข้อมูลไม่ใช้ของผู้รับ หรือข้อความมาไม่ครบ ก็จะถือว่าการรับส่งครั้งนั้นไม่สำเร็จ ก็จะเริ่มต้นส่งใหม่จนกว่าจะสำเร็จ

4.   ไม่ให้ร้ายหรือใส่ไฟในการถ่ายทอดข้อความ

          ดังที่ทราบว่า Packet Radio ใช้ Protocal AX.25 ในการทำงาน ไม่มีผิดพลาด รูปแบบของ Protocal นี้ มีผู้สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า ทำงานแบบ “Stored and Forward” คือรับแล้วส่งต่อ จึงเอาความสามารถนี้ไปใช้เป็นระบบทวนสัญญาณ Repeater หรือที่เรารู้จักกันว่า “Digipeater” ซึ่งมาจากคำว่า Digital กับ Repeater

          สถานี Packet Radio ทุกสถานี สามารถใช้เป็น Digipeater ได้โดยไม่ต้องเพิ่มอุปกรณ์เหมือนกับการติดต่อด้วยเสียง รับข้อมูลแล้วส่งต่อไปเป็นช่วง ๆ เช่น กรุงเทพต้องการติดต่อกับโคราช แต่ไม่สามารถติดต่อได้โดยตรง จึงติดต่อผ่านสถานีที่สระบุรี เครื่องจะทำงานดังนี้ ถ้ากรุงเทพส่งคำว่า “ยินดีต้อนรับ” ที่สระบุรีจะรับคำว่า “ยินดีต้อนรับ” แล้วส่งต่อไปยังโคราชอย่างถูกต้อง มั่นใจได้ว่าจะไม่มีคำต่อหน้าและต่อหน้าให้ยินดีหรือเสียอารมณ์

5.   จริงใจ จริงจัง ไม่เสแสร้ง

          ระบบ Packet Radio จะพยายามรับและส่งข้อมูลไปถึงปลายทางให้สำเร็จ เพื่อความอยู่ร่วมกันในสังคมเดียวกัน เราจึงกำหนดจำนวนครั้งในการพยายามส่ง (Retry*) ให้เหมาะสม ทำงานได้ตามเวลาที่เรากำหนด ไม่เสแสร้งเอาอกเอาใจ

6.   ทำงานได้หลายอย่างในเวลาเดียวกัน ไม่ติงต๊อง

ความสามารต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้ระบบนี้สามารถทำงานได้หลายอย่างเวลาเดียวกันพร้อม ๆ กัน เช่นขณะที่เรากำลังติดต่อกันอยู่ เพื่อนอีกคนหนึ่งสามารถใช้ระบบ Digipeater ของเราเพื่อติดต่อกับเพื่อนคนอื่นได้ หากเป็นเครื่อง TNC ที่มีระบบ MailBox เพื่อนอีกคนหนึ่ง ยังสามารถเข้ามาใช้เพื่อนฝากจดหมายถึงเราหรือเพื่อน ๆ ได้อีกด้วย

6.   อยู่ร่วมกันเป็นสังคม เสมอภาค ไม่มีกั๊ก

          ประสิทธิภาพเด่นชัดของระบบ Packet Radio คือความสามารถของระบบเครือข่าย (NetWorking) สถานีที่จัดตั้งเป็นระบบ BBS (Bulletin Board System) หลาย ๆ สถานีสามารถทำงานร่วมกันกัน แลกเปลี่ยนข้อมูลผู้ใช้งานร่วมกัน แบ่งปันความรู้ระหว่างกัน (Bulletin Mail) เป็นสังคมที่ไม่มีอาณาเขต กว้างไกลตราบเท่าที่สถานีระบบ Packet Radio ไปถึง ไม่ว่าจะใต้มหาสมุทรหรือบนอวกาศ เราสามารถติดต่อกันได้

          หากมีระบบความช่วยเหลือ (Help) แนะนำวิธีการใช้งานอย่างถูกต้อง ภาษาที่สื่อสารอาจเข้าใจลำบากหน่อย สำหรับผู้ใช้ใหม่ แต่ก็ดีกว่าสังคมของคนบางคน เก็บเอาไว้คนเดียว หรือบางคนก็สักแต่ว่าให้ โดยไม่รู้ว่าข้อมูลที่ให้ไปนั้น คนอ่านแล้วเข้าใจหรือเปล่า

7. มีความทันสมัยอยู่เสมอ

          Software ได้รับการพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานอยู่เสมอ ผู้ใช้งานหรือผู้ดูแลระบบจึงต้องพัฒนาตัวเองด้วย เขาจะได้ว่าเราไม่ได้ว่า Software ฉลาดกว่าเจ้าของ

          อาจจะมีข้อต่อไปที่ผมยังนึกไม่ออก หากมีโอกาสผมจะปรับปรุงข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป

<TOP>


4 ปี กับ Packet Radio

            ผมเข้ามาเป็นนักวิทยุสมัครเล่นครั้งแรก จากการอ่านพบกิจกรรมนี้ในนิตยสารต่างประเทศ ด้วยความเข้าใจว่า ผมจะได้ใช้วิทยุคุยกับเพื่อน ๆ ในต่างประเทศ ได้ ฝึกฝนภาษาอังกฤษ แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น กว่าผมจะได้ติดต่อกับต่างประเทศ ผมต้องรอหลายปีจนกว่ากรมไปรษณีย์โทรเลขเปิดสอบพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นกลาง สำหรับผมกว่าจะฝ่าด่ารหัสมอร์สได้ หืดขึ้นคอเหมือนกัน

            Mode Packet Radio เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่ทำให้ท่านสามารถติดต่อกับนักวิทยุสมัครเล่นต่างประเทศ มีโอกาสฝึกทักษะภาษาอังกฤษเช่นเดียวกัน ไม่น่าเชื่อเลยว่า เราได้รับอนุญาตให้ทดลองใน Mode Packet Radio นี้ เป็นเวลา 4 ปีแล้ว ก็ยังมีคนเข้าใจไปต่าง ๆ นานา ทั้งในแนวสร้างสรร และแนวสร้างปัญหา บางครั้ง สำหรับบางคนการอยู่เฉย ๆ ก็เป็นการช่วยเหลือที่ดีที่สุดแล้ว ผมเป็นผู้ที่มีโอกาสไปสาธิตให้กับผู้สนใจทั้งภาครัฐและนักวิทยุสมัครเล่นจำนวนมากมาย จึงขอนำเรื่องราวในแง่มุมต่าง ๆ มาเล่าสู่กันฟัง อาจทำให้บางท่านเข้าใจมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของกิจการวิทยุสมัครเล่นโดยรวม

Mode Packet Radio ปัจจุบันมีบริการอะไรบ้าง

1.      ติดต่อพูดคุยระหว่างกันโดยใช้ Keyboard

2.      อ่านข่าวได้จาก Bulletin Board System

3.      บริการรับ ฝากจดหมายส่วนตัวถึงเพื่อน ๆ ทั้งในและต่างประเทศ

4.      แลกเปลี่ยนข่าวสารและเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายนานาชาติ

5.      เครือข่ายภายในประเทศอยู่ในระหว่างจัดตั้ง

6.      ทดสอบการส่งจดหมายทาง Packet Radio ไปยังเครือข่ายทาง Internet และรับจดหมายจากทาง Internet แล้วส่งถึงผู้รับทาง Packet Radio

7.      ยังมี Module คำนวณ Grid Locator, เวลาที่จะติดต่อกับดาวเทียมวิทยุสมัครเล่น และ Software ให้ Download แบบ Binary transfer หรือ Yapp transfer

ใครมีสิทธิใช้งาน ?

            สมาคมวิทยุสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ขออนุญาตจากกรมไปรษณีย์โทรเลข ให้นักวิทยุสมัครเล่นทุกท่านมีสิทธิใช้งานใน Mode Packet Radio โดยได้รับอนุญาตให้ใช้งานที่ความถี่ 145.825 MHz และสมาคมฯ จะต้องรายงานผลการทดลองนี้ให้กับกรมไปรษณีย์โทรเลขทราบเป็นระยะ ๆ เพราะฉะนั้น นักวิทยุสมัครเล่นขั้นต้นทุกท่านมีสิทธิใช้งานได้ และไม่ต้องขออนุญาตเพิ่มเติม

ผลประโยชน์ที่ได้รับ

            จากการสังเกตของผมพบว่า

1.      สร้างคนให้มีความรู้ในเรื่องคอมพิวเตอร์แบบ Learning by Doing หลายคนเริ่มต้นจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกโละทิ้งแล้ว ซึ่งมีข้อดีอยู่ว่า เครื่องเก่ามักจะมีปัญหามาก หากสามารถเรียนรู้และแก้ปัญหาได้ จะมีความรู้มากมาย มีบางคนสามารถประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ขายเป็นรายได้เสริม

2.      เป็นสนามฝึกหัดเรื่องการทำงานแบบเครือข่าย Networking โดยใช้เครื่องวิทยุรับส่งเป็นสื่อกลาง ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศและระดับนานาชาติ สามารถนำความรู้ไปดัดแปลงใช้กับหน่วยงาน องค์กรของตัวเองได้ 

3.      มีทักษะในการอ่าน เขียน ภาษาอังกฤษ หากเราไม่ดูถูกตัวเองจนเกินไป

4.      ได้รับข่าวสารที่ทันสมัยในวงการวิทยุสมัครเล่นทั่วโลก

5.      สำหรับนักวิทยุสมัครเล่นที่ติดต่อระหว่างประเทศ สามารถนำข้อมูลด้าน Propagation, สถานี DX-pedition และ QSL Manager ของสถานี DX ทั่วโลก

ยังน่าจะมีประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมายที่ผมยังนึกไม่ออกครับ

ใช้ Packet แล้วเครื่องวิทยุจะเสียเร็ว ?

            แม้ว่า การติดต่อแบบ Packet Radio จะมีการรับและการส่งบ่อยมาก จนมีผู้กลัวว่า PTT (Push To Talk) ของเครื่องวิทยุจะเสียก่อนเวลาอันสมควร ความจริงแล้ว ไม่ได้มีการใช้ปุ่ม PTT เลย เขาใช้วิธีการส่งสัญญาณผ่านช่องไมค์โครโฟน เข้าไปสั่งให้ Transistor ในวงจรทำหน้าที่ส่งออกอากาศ ซึ่งตัว Transistor สามารถรับงานหนักได้กว่า 10000 ครั้ง คุณ Rudolf/DL1ZAV ผู้ดูแลสถานี HS0AC ด้าน Digital Mode เปิดเครื่องบริการเพื่อน ๆ แบบ 24 ชั่วโมง ไม่เคยปิดเครื่อง เป็นเวลานานกว่า 3 ปีแล้ว ยังไม่เคยได้ยินว่ามีปัญหาใด ๆ เกิดขึ้น

เครื่องคอมพิวเตอร์ผมจะเสียง่ายหรือไม่ ?

            เนื่องจากการทำงาน Mode Packet Radio จะสื่อสารกันผ่านช่องสื่อสารแบบอนุกรม Serial Port ที่เราเรียกกันว่า Comport1 หรือ Comport 2 หากเป็นผู้ใช้ทั่วไป มักจะไม่ค่อยกล้าถอดอุปกรณ์ใด ๆ โดยพละการ แต่ความเป็นนักทดลองของพวกเรา การถอดเข้าถอดออกอุปกรณ์ต่อพ่วงเป็นเรื่องปกติ ก่อนจะดึงสาย RS 232 ออกจาก Comport หรือถอดตัว Modem หรืออุปกรณ์ใด ๆ ควรจะปิดเครื่องคอมพิวเตอร์และ เครื่องวิทยุรับส่ง รวมทั้ง Power Supply ก่อน มิฉะนั้น Comport ของท่านอาจเสียก่อนเวลาอันสมควร ข้อนี้ เป็นความรู้พื้นฐานเรื่องคอมพิวเตอร์มากกว่าที่จะไปโทษ Packet Radio

ผมกลัวติด VIRUS !!

            ความจริงแล้วการติดต่อสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์ หรือ Copy file จากแผ่น Diskette ทำใจไว้เลยว่า มีโอกาสติด Virus เสมอ ผู้ใช้จึงต้องรอบคอบตลอดเวลา สำหรับการติดต่อทาง Packet Radio หากท่านใช้พูดคุยกันด้วย Keyboard หรือเรียกอ่านจดหมายข่าว รับรองไม่มี Virus มาเยี่ยมเยียนท่าน แต่ถ้าท่านไป Download Software หรือ รูปภาพ ท่านคงต้องรับผิดชอบกันเองนะครับ

ใช้ช่องนี้ทำไมไม่บอกผมก่อน !?!

            ในช่วงแรกที่เราได้รับอนุญาตและกำหนดให้ใช้งานที่ความถี่นี้ 145.825 MHz ได้รับการต่อต้านจากผู้ที่ใช้งานช่องนี้พอสมควร กระทำทุกวิถีทางเพื่อก่อให้เกิดการรบกวน ทำให้เราเข้าใจว่า ยังมีนักวิทยุสมัครเล่นอีกจำนวนมาก ที่ยังไม่เข้าใจในเรื่องสิทธิและหน้าที่ของนักวิทยุสมัครเล่น และแผนการใช้ความถี่ (Band Plan) โดยเข้าใจว่า หากท่านผู้ใดได้จับจองอยู่ก่อนแล้ว คนอื่นจะเข้ามาใช้งานได้ต้องได้รับความยินยอมจากกลุ่มก่อน โชคดีที่เวลาเราติดต่อทาง Packet Radio เราไม่ได้ยินเสียงคนอื่น จึงไม่มีการตอบโต้ ผมไม่แน่ใจว่า คนเหล่านี้มีใครบ้างที่มาสนใจใน Mode นี้

เขามาทำลายระบบผม !?!

            เรื่องจริงที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ ขอให้ท่านเป็นผู้พิจารณาด้วยวิจารณญาณของท่านเองนะครับ เรื่องมีอยู่ว่า มีผู้ใช้ Packet Radio ท่านหนึ่ง กำลังทดลองใช้ Software ที่จัดการเป็นระบบ BBS แล้วมีอีกท่านหนึ่งได้เข้าไปที่สถานีนี้ เพื่อที่จะทดสอบ Function Dos ซึ่งอาจจะมี Software หรือข้อมูลที่น่าสนใจ และทดลองคำสั่ง “ Delete “ คือลบไฟล์บางไฟล์ทิ้ง ด้วยความรู้พื้นฐานน้อยมาก และบังเอิญที่ไปลบไฟล์ที่สำคัญ ทำให้คอมพิวเตอร์สถานีนั้นไม่สามารถทำงานต่อได้ ผลปรากฎว่า เจ้าของสถานี BBS ได้ส่งจดหมายไปทั่วทุก ๆ BBS และทั่วโลก !! ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ตีโพยตีพายว่า “ท่านผู้นี้เป็นคนเลวเข้าไปทำลายระบบของเขา”

            ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า ตามปกติ ระบบ BBS จะมีความปลอดภัยในระดับค่อนข้างสูง จะไม่อนุญาตให้ผู้ใช้ทั่วไปเข้ามารื้อเล่นในเครื่องทั้งระบบ แต่ผู้ที่เปิดทดลอง Software BBS อาจยังจะไม่มีความรู้เพียงพอ ไม่มีระบบป้องกันที่ดี ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้ามาดูได้ทั้งระบบ และทำได้ทุกอย่างเหมือนกับเจ้าของเครื่องเอง ขณะเดียวกัน เป็นความบังเอิญมาก ผู้ใช้ผู้นั้นก็ไม่มีความรู้ แต่เข้าใจว่า ไฟล์ต่าง ๆ ที่เห็นนั้น เป็นส่วนหนึ่งที่จัดให้อยู่ในตัว Software BBS เช่นสถานีอื่นทั่วไป ไม่ได้มีเจตนาไปทำให้ระบบเสียหาย

            เรื่องนี้ลุกลามกันใหญ่โต เกือบจะมีการฟ้องร้องข้อหาหมิ่นประมาทกัน ผมและเพื่อนบางคน ได้ใช้ความพยายามห้ามปรามเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาล ในที่สุดเรื่องนี้ไปจบที่กรมไปรษณีย์โทรเลข แบบไม่มีการฟ้องร้องกัน เขาทั้งสองพบหน้ากันยังทักทายกันอยู่ แต่ผมกลายเป็นผู้ร้ายครับ ??

ใครคือจ้าวเครือข่าย?

          จุดเด่นของระบบ Packet Radio คือความสามารถในการทำงานแบบเครือข่าย ทำให้เราสามารถติดต่อระหว่างกันได้ทุกที่ จึงได้มีการพยายามเชื่อมต่อกันระหว่างระดับท้องถิ่นกับระดับประเทศ และระดับนานาชาติ อย่างมีระเบียบแบบแผน มีรูปแบบที่แน่นอน

            เนื่องจาก เราเป็นเครือข่ายของนักวิทยุสมัครเล่น จึงไม่มีรายได้สนับสนุนและบังคับให้ใครทำหรือไม่ทำอะไร การรวมกันเป็นเครือข่าย ต้องมีความรู้ความเข้าใจ ความรับผิดชอบ มีจิตวิญญาณและความจงรักภักดีกับ Mode ที่เราสนใจอยู่นี้ เสียสละทั้งอุปกรณ์ ค่าไฟฟ้า และเวลาในการดูแลระบบอย่างต่อเนื่อง เจ้าของสถานีที่ประกอบกันเป็นเครือข่าย หรือที่เราเรียกว่า SysOp (ผู้ดูแลระบบ) จะต้องมีการประชุมระหว่างกันเพื่อแก้ไขปรับปรุงเส้นทางของจดหมาย ให้จดหมายสามารถถึงปลายทางด้วยความรวดเร็วและแน่นอน

            สำหรับประเทศไทย เราสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายนานาชาติได้อย่างมั่นคง แน่นอน แต่เครือข่ายภายในประเทศนั้น ยังไม่สามารถจัดตั้งได้สำเร็จ ทั้งนี้ สถานี BBS ที่ประกอบการเป็นเครือข่าย ขาดความรู้ความเข้าใจ ในการอยู่ร่วมกันแบบเครือข่าย จึงขาดความรับผิดชอบโดยไม่ตั้งใจ ปัญหารูปแบบนี้แก้ไขได้ง่าย แต่ปัญหาสำคัญคือ บางสถานีจัดตั้งขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์อื่น แบบลมเพลมพัด แต่โชคดีที่ Mode Packet Radio ทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์กับ Software จึงโกหกตอแหลไม่เป็น ตัวระบบจะฟ้องเองว่าเกิดอะไรขึ้น สักพักหนึ่ง เขาเหล่านี้ก็เสียผู้เสียคนไปเอง อย่างไรก็แล้วแต่ ผมยังเชื่อว่า เราต้องมีเครือข่าย Packet Radio ที่มั่นคงในไม่ช้านี้

สรุป

            4 ปี กับ Mode Packet Radio ในประเทศไทย มีคุณค่าและประโยชน์มหาศาล เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกิจการวิทยุสมัครเล่นในเรื่องการ “พัฒนาบุคลากร” เปิดโลกกว้างให้กับนักวิทยุสมัครเล่น ทำให้มีความเข้าใจในกิจการวิทยุสมัครเล่นมากขึ้น หากเครือข่าย Packet Radio สำเร็จ เราจะสื่อสารกันได้ทั้งประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องมี “มนุษย์” อยู่หน้าเครื่องเลย และสามารถใช้เป็นเครือข่ายฉุกเฉินของประเทศที่มั่นคง โดยรัฐไม่ต้องลงทุนหรือจัดตั้งแบบเฉพาะกิจให้สิ้นเปลืองงบประมาณ

            ความคิดและวิธีการดำเนินการ อาจมีความเข้าใจกันไปในคนละแบบ แตกต่างไปตามพื้นฐานความรู้ และสังคมความเป็นอยู่ของแต่ละท่าน เป็นธรรมชาติที่แท้จริงของสังคม ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หากเราจะเอาสถานะการณ์ที่ขัดแย้งนี้ ค้นหาคำตอบที่แท้จริงในประเด็นที่เป็นวิทยาศาสตร์ จะเป็นประโยชน์ในการพัฒนามากกว่า ท่านคงไม่ตั้งสถานีวิทยุขึ้นมาเพื่อฟังคนอื่นเขาอิจฉา นินทากล่าวร้ายกัน

<TOP>


ใครคุมสื่อ Packet Radio ไทย

          สมาคมวิทยุสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ยื่นขออนุญาต ทำการทดสอบการติดต่อใน Mode Packet Radio ในย่านความ VHF และ ย่านความถี่ HF ต่อกรมไปรษณีย์โทรเลข

          กรมไปรษณีย์โทรเลข ได้อนุญาตให้ใช้งาน Packet Radio (Digimode) เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2539 ในย่านความถี่ VHF ที่ความถี่ 145.825 MHz และต่อมาอนุญาตให้ใช้งานในย่านความถี่ HF ตามแผนการใช้ความถี่ของ IARU ภูมิภาค 3 โดยมีเงื่อนไขว่า

          สมาคมฯ จะต้องแจ้งรายชื่อผู้ที่ใช้งานใน Mode Packet Radio และใช้งานย่านความถี่ตามขั้นของใบอนุญาตพนักงานวิทยุสมัครเล่น และรายงานผลการทดลองให้กรมไปรษณีย์โทรเลขทราบ ทุก ๆ 3 เดือน และสถานี Packet Radio ไม่ต้องขออนุญาตตั้งสถานีด้วย

          ใบอนุญาตทดสอบระบบ Packet Radio ยังคงเป็นใบอนุญาตแบบชั่วคราว สำหรับปี .. 2542 มีกำหนดระยะเวลา 1 ปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2542

          เรื่องที่นักวิทยุสมัครเล่นไทย ได้รับอนุญาตให้ใช้งานเพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง Mode นี้ ได้รายงานให้กับสมาคม ประเทศสมาชิก IARU ทั้ง 3 ภูมิภาคได้รับทราบแล้ว และได้รับการแสดงความยินดีจากที่ประชุม IARU
ภูมิภาคที่ 3 ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อปี พ.. 2540

          ตลอดระยะเวลา ที่มีการใช้งานใน Mode Packet Radio ได้รับความเข้าใจและการยอมรับ จากองค์กรวิทยุสมัครเล่นระหว่างประเทศ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และนักวิทยุสมัครเล่นทั่วประเทศตามลำดับ และเป็นแบบอย่างกับข่ายการสื่อสารของทางราชการ ซึ่งจะนำรูปแบบไปปรับปรุงให้เหมาะสมต่อไป เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการมีกิจการวิทยุสมัครเล่น

          การดำเนินการของผู้ใช้งานใน Mode Packet Radio ซึ่งอยู่กันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย บนพื้นฐานการอยู่ร่วมกันแล้ว การที่จะหาเหตุผล เพื่อนำไปสู่การไม่ต่อ หรือ ชลอการต่อใบอนุญาต หรือพักการใช้อนุญาตชั่วคราว ตามข่าวลือ หรือคำขู่ต่าง ๆ จึงไม่น่าจะมีเหตุผลที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะกับสมาคมฯ ซึ่งเป็นประเทศสมาชิก IARU ซึ่งมีหน้าที่ขยาย เผยแพร่กิจการวิทยุสมัครเล่นโดยตรง คงไม่มีสมาคมฯ ไหนในโลก คิดสั้นที่จะกระทำสวนทางกับจิตวิญญาณ และนโยบาย เพียงอารมณ์ชั่ววูบแน่นอน

ผู้เขียนและรับผิดชอบบทความโดย นายกิตติพงศ์ องศ์วรโสภณ /HS1ASN 12/04/1999

<TOP>


       ใคร ๆ ก็อยากเป็น “NUNBER #1”

          เพื่อนนักวิทยุสมัครเล่นต่างชาติของผมท่านหนึ่ง ได้เคยพูดกับผมว่า “ Every Society there are many Club, Every Club there are many Group, Every Group NEED Number1”

          ผมฟังแล้วเถียงเขาไม่ออก ความจริงก็เป็นเช่นนั้น แต่ในอื่นมุมหนึ่ง ความต้องการเป็นที่ 1 นั้นก็เป็นประโยชน์กับส่วนรวมเช่นเดียวกัน หากว่าการแข่งขันเพื่อความเป็นที่ 1 นั้นก่อให้เกิดการพัฒนาตนเองและผู้อื่น  พัฒนาความรู้ความสามารถให้สูงขึ้น และแบ่งปันความรู้ให้กับสังคมอย่างตรงไปตรงมา เราจะได้มีคนดี เป็นประโยชน์กับสังคม ประเทศชาติ และกิจการวิทยุสมัครเล่น

          แต่ความจริงในสังคม การก้าวสู่ความเป็นหนึ่งนั้น ต้องใช้ความเพียร วิริยะอุตสาหะ และจิตใจอย่างแรงกล้า ใช้เวลานาน จึงจะประสบผลสำเร็จ จึงต้องหาวิธีเร่งให้เกิดความเป็นที่ 1 ให้รวดเร็วที่สุด ด้วยสารพัดวิชามาร  บ้างก็อาศัยคนที่มีตำแหน่งใหญ่โตของสังคม บ้างก็พยายามเข้าไปเป็นใหญ่เป็นโตในสังคม แล้วอาศัยสิ่งแวดล้อมสร้างการผูกขาด กีดกันผู้อื่น บิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อตัวกูจะได้เป็นที่ 1

          กลับมาเรื่องสังคมวิทยุสมัครเล่นอันเป็นที่รักของพวกเรา เคยมีนักวิทยุสมัครเล่นท่านหนึ่งได้เคยพูดกับผมอยู่เสมอว่า “ เชื่อผมเถิด ใครคิดร้ายกับวงการนี้ (วิทยุสมัครเล่น) มักจะมีอันเป็นไป” ผมได้ยินตั้งแต่ผมใช้สัญญาณเรียกขาน VR มีโอกาสได้พิสูจน์กับคำพูดนี้มาพอสมควร

ผู้เขียนและรับผิดชอบบทความโดย นายกิตติพงศ์ องศ์วรโสภณ /HS1ASN 12/04/1999

<TOP>


เมื่อเครือข่ายทะเลาะกัน!!!!

          หัวใจหลักของการติดต่อสื่อสารใน Mode Packet Radio คือ การพยายามสร้างเครือข่าย เพื่อให้ผู้ใช้งานใน Mode นี้ สามารถติดต่อกันได้อย่างทั่วถึง สะดวกและรวดเร็ว การที่จะทำให้เป็นเครือข่ายนั้น ต้องประกอบด้วยสถานีหลัก หรือที่พวกเราเรียกว่า สถานี BBS เปิดบริการจำนวนมาก บางสถานีอาจเปิดเป็นแบบ GATEWAY ก็ได้ และกระจัดกระจายไปในที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เปิดบริการต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง มีการวางแผนเส้นทางการเดินทางของข่าวสารอย่างมีระเบียบแบบแผน เพื่อให้ข่าวสารสามารถเดินทางไปยังปลายทางได้รวดเร็วที่สุด เนื่องจากเราไม่ใช่เป็นสถานีอาชีพ อาจจะมีบางสถานีเปิดเพิ่มขึ้น หรือปิดสถานีลง ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ผู้ดูแลระบบจึงต้องปรับปรุงข้อมูลของตนเองให้ทันสมัยอยู่เสมอ

          เป็นธรรมชาติของสถานีที่เป็น GATEWAY หรือ BBS จะมีการแข่งขันกันลึก ๆ พยายามดูแลระบบของตนเอง ให้มีสาระมากที่สุดเท่าที่ ใช้งานง่าย ปรับปรุงระบบสถานีของตนเอง เพื่อให้มีคนมาใช้บริการมากที่สุด แต่ทั้งนี้ ก็ไม่ลืมบริการจดหมายที่เป็นแบบ <<จดหมายส่วนตัว>> ให้สามารถไปถึงปลายทางได้เร็วที่สุด

ในแต่ละประเทศ จะมี GATEWAY หรือ  BBS กี่แห่งก็ได้ ยิ่งมีมากก็ยิ่งเป็นประโยชน์สูงสุดให้กับผู้ใช้การติดต่อในระบบนี้ ใครสะดวกที่จะรับข่าวสารจาก Gateway ไหน ก็สามารถกระทำได้ตามสะดวก ทุก ๆ สถานีถือเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และระดับโลก รวมทั้งผู้ใช้ธรรมดาด้วย เราอาจแบ่งแยกบทบาทหน้าที่การทำงาน แต่เราไม่สามารถแยกความอยู่ร่วมกันได้ ผู้ดูแลระบบของบางสถานีอาจไม่พอใจ หรือเกลียด เจ้าของจดหมายหรือผู้รับจดหมายเป็นการส่วนตัว เราคงปิดกั้นไม่ให้ข่าวสารนั้นผ่านไม่ได้ ยิ่งมาปิดกั้นระดับเครือข่าย เพื่อให้ผู้ใช้มาสังกัดเครือข่ายเรา ยิ่งไม่เหมาะสมใหญ่ ต้องไม่ลืมว่า เราอาจจะไม่ชอบพอเขาเป็นการส่วนตัว แต่เพื่อนของเรายังคงเป็นเพื่อนของเขาอยู่ และเขาต้องการติดต่อกัน

เป็นเรื่องของปุถุชนธรรมดา มีโลภ โกรธ หลงเป็นสรณะ ต้องการลาภ ยศ สรรเสริญ แต่มีพื้นฐานความเป็นมนุษย์ที่แตกต่างกัน ทำให้มีความรู้สึกนึกคิดที่แตกต่างกัน เปรียบเสมือนว่าเงินจำนวน 1 บาท อยู่ในครอบครองของคนที่แตกต่างกัน มีความรู้สึกต่อกันได้มา หรือค่าของเงินย่อมแตกต่างกันด้วย บางครั้งอาจทำให้ขาดสติ ไม่ได้ใช้ปัญญาพิจารณาในเรื่องต่าง ๆ จึงทำให้เป็นช่องทางของผู้ต้องการไขว่คว้าหาอำนาจ โดยไม่สนใจว่าจะได้มาด้วยการครอบครองอำนาจบนซากศพก็ตาม

ผู้เขียนและรับผิดชอบบทความโดย นายกิตติพงศ์ องศ์วรโสภณ /HS1ASN 29/06/1999

<TOP>


ต่างประเทศเขาใช้ Packet กันอย่างไร

          กิจการวิทยุสมัครเล่นได้รับการอนุญาตให้ใช้งานภายใต้ขอบเขตอันจำกัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความถี่ กำลังส่ง และขั้นของใบอนุญาตที่กำหนดขึ้น ขอบเขตอันจำกัดนี้ก็ไม่ได้ก่อให้เกิดอุปสรรคอันใด กลับกลายเป็นประกายนำไปสู่การพัฒนาภายใต้เงื่อนไขที่ถูกกำหนดไว้ หลายสิ่งหลายอย่างที่ถูกคิดค้นโดยนักวิทยุสมัครเล่น เช่นสายอากาศแบบยากิ Rotator และรูปแบบการติดต่อสื่อสารเช่น Mode SSB, SSTV (Slow Scan TV) และ Packet Radio เป็นต้น

          Packet Radio ได้มีการใช้งานมากว่า 20 ปี ถึงแม้ความเร็วจะช้ามาก เมื่อเปรียบเทียบกับความเร็วในการส่งข้อมูลทางโทรศัพท์ แต่ทำไมยังเป็นที่นิยมกันมาจนกระทั่งทุกวันนี้ ประเทศไทยเราได้รับอนุญาตให้ใช้งานแบบชั่วคราว ย่างเข้าปีที่สามแล้ว และจะกลายเป็น Mode  ที่ได้รับอนุญาตอย่างถาวรในไม่ช้านี้

          การใช้งานในประเทศไทยใน Mode Packet Radio นี้ เขาทำอะไรบ้าง พอสรุปได้ว่า

1.   ใช้พูดคุยกันแบบ Keyboard to Keyboard

2.   ฝากข่าวสารระหว่างกัน ยามที่ติดต่อเพื่อนในความถี่ไม่ได้

3.   อ่านข่าวความเคลื่อนไหวในวงการวิทยุสมัครเล่นจากระบบ BBS (Bulletin Board System)

4.   ใช้ระบบ Digipearter ช่วยทำให้ติดต่อกันได้ไกลขึ้น

5.   ใช้ร่วมกับข่าย HF ติดต่อสื่อสารไปทั่วโลก เพื่อประโยชน์ในการหาเพื่อน (เหมือน Penpal) แลกเปลี่ยนข่าวสารระหว่างกัน และ QSL Card

          ระบบ Packet Radio ของเรา ยังไม่ได้จัดตั้งเป็นระบบเครือข่ายอย่างมีระเบียบ ยังไม่สามารถติดต่อสื่อสารระหว่างกันได้ทั่วประเทศ ทั้งนี้ เนื่องจากขาดความเข้าใจในระบบ Packet Radio  อย่างแท้จริง คงต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง

          ในต่างประเทศ นักวิทยุสมัครเล่นติดต่อสื่อสารใน Mode Packet Radio ก็คล้าย ๆ กับของเรา แต่เขาใช้งานตรงกับกิจกรรมของกิจการวิทยุสมัครเล่นมากกว่า เช่น

1.   จัดตั้ง Packet DX cluster เป็นการกระจายข่าวสำหรับกลุ่มผู้ใช้ย่านความถี่ HF ใครสามารถได้ยินใครกำลังใช้ความถี่อยู่ โดยเฉพาะนักวิทยุสมัครเล่นจากประเทศที่หายาก หรือสถานี Dx-pedition ก็จะแจ้งข่าวไปใน Dx cluster เพื่อกระจายข่าวให้ทราบโดยทั่วกันทันที ทั้งนี้ เพื่อช่วยให้นักวิทยุสมัครเล่นที่ต้องการติดต่อกับทางไกล ไม่ต้องเสียเวลามาหมุนหาความถี่ และทำให้มีโอกาสติดต่อกันมากขึ้นและได้รางวัลเร็วขึ้นด้วย

2.   เป็นแหล่งความรู้จากทุกมุมโลก ใครต้องการรู้เรื่องอะไร ที่ประเทศไหน ก็สามารถที่จะใช้ Packet Radio สอบถามได้ ส่วนจะได้รับคำตอบหรือไม่นั้น ถึงแม้ไม่แน่นอน แต่ทำให้มีโอกาสมากกว่าคนอื่น

3.   บางประเทศไม่สามารถมีระบบสายอากาศที่ใหญ่ได้ ก็อาศัยระบบ Packet Radio เป็นช่องทางที่สื่อสารกับต่างประเทศได้

4.   สำหรับผู้ที่ได้รับอนุญาตหรือพอใจใช้เฉพาะย่านความถี่ทูมิเตอร์ (VHF) เท่านั้น ก็มีโอกาสติดต่อกับต่างประเทศได้เช่นเดียวกัน

5.   ใช้ประโยชน์ในการสื่อสารยามฉุกเฉิน เช่น แผ่นดินไหว ภัยธรรมชาติต่าง ๆ การรับส่ง

6.   เคยใช้ในการติดต่อระหว่างกันของ IARU ซึ่งขณะนั้นระบบ Internet ก็ยังไม่มี Fax ก็ยังราคาแพงอยู่ และ ระบบ Packet Radio ก็ยังไม่เป็นเครือข่ายที่แน่นอนเหมือนทุกวันนี้

          เพราะฉะนั้น ระบบ Packet Radio จึงเป็นระบบที่เปิดโอกาสให้นักวิทยุสมัครเล่นที่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานได้เฉพาะความถี่ย่านทูมิเตอร์ มีโอกาสติดต่อสื่อสารกับเพื่อนนักวิทยุสมัครเล่นทั่วโลกได้เช่นเดียวกัน บางท่านอยากติดต่อกับเพื่อนต่างประเทศ แต่ติดปัญหาเรื่องภาษา ไม่สามารถโต้ตอบได้ทันที ก็อาจเลือกใช้ระบบ Packet Radio แทนก็ได้ ทำให้ผู้ใช้มีเวลาคิดมีเวลาไปหาศัพท์ในพจนานุกรม หากมีโอกาสใช้งานบ่อย ๆ เพิ่มความกล้าอีกนิด ภาษาที่ว่ามีปัญหาก็จะพัฒนาดีขึ้นตามลำดับ

          สำหรับผู้ชอบอ่านหนังสือ ระบบ Packet Radio จะมีบทความที่เป็นสาระประโยชน์ให้อ่านอยู่มากมายในสถานี BBS ต่าง ๆ หรือท่านจะเป็นผู้นำสาระความรู้แบ่งปันให้เพื่อนอ่านก็ได้ครับ ท่านพร้อมหรือยัง ที่จะเข้ามาร่วมเครือข่ายของ Packet Radio ตามสิทธิของการเป็นนักวิทยุสมัครเล่นของท่าน

<TOP>

<Back>


 

         

        

 

                                     


© 2002-2003 by SONGJIANGMALL  created by HS1ASN, KITTY
since October 14, 2002 disclaimer
Last update:01/04/2551 21:27:22