home  

ham  

tea  

myshop  

sjmall  

misc.  

links  

contact us


        

 

 

 

 


วิทยุสมัครเล่นอันเป็นที่รัก

            นักวิทยุสมัครเล่นมักจะเล่าต่อกันมาเป็นรุ่น ๆ อย่างภาคภูมิใจว่า นักวิทยุสมัครเล่นมีส่วนร่วมในนวัตกรรมใหม่ ๆ  ด้านการสื่อสาร อาทิ สายอากาศแบบยากิ ของ มิสเตอร์ยากิ อูดะ อุปกรณ์หมุนสายอากาศ (Rotator) รูปแบบการติดต่อสื่อสารแบบ Single Side Band (SSB) และ Pactor หรือด้านสังคม ในยามฉุกเฉิน  นักวิทยุสมัครเล่นก็นำเอาอุปกรณ์ของตนเอง และความรู้ความสามารถช่วยเหลือสังคมอย่างมีประสิทธิภาพเข้าไปช่วยเหลือด้านการติดต่อสื่อสาร กรณีเกิดภัยธรรมชาติ เช่นแผ่นดินไหวเมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น พายุเกย์ในประเทศไทย และเหตุการณ์ถล่มตึกเวิลด์เทรด สหรัฐอเมริกาเป็นต้น เหล่านี้ล้วนเป็นผลงานของนักวิทยุสมัครเล่นที่ผ่านมา

กิจการวิทยุสมัครเล่นคืออะไร

            ITU ได้ให้คำนิยามของกิจการวิทยุสมัครเล่น ตามข้อบังคับวิทยุระหว่างประเทศ (Radio Regulation) ไว้ดังนี้

                S1.56     amateur service: A radiocommunication service for the purpose of self-training, intercommunication and technical investigations carried out by amateurs, that is, by duly authorized persons interested in radio technique solely with a personal aim and without pecuniary interest.

          สำหรับประเทศไทย กรมไปรษณีย์โทรเลขได้ให้คำนิยามไว้ใน ระเบียบคณะกรรมการประสานงานการจัดและบริหารความถี่วิทยุแห่งชาติ ว่าด้วยกิจการวิทยุสมัครเล่น ปี พ.ศ. 2530 ไว้ดังต่อไปนี้

                      4.1 "กิจการวิทยุสมัครเล่น" หมายความว่า กิจการวิทยุคมนาคมที่ดำเนินการโดยพนักงานวิทยุสมัครเล่น ซึ่งได้รับอนุญาตจากทางราชการเพื่อการฝึกฝนตนเองการติดต่อระหว่างกันและการทดลอง ตรวจสอบทางวิชาการ โดยไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทางด้านธุรกิจ หรือการเงินหรือการเมือง

            จะเห็นได้ว่า กรมไปรษณีย์โทรเลข ในฐานะผู้กำกับดูแล ได้ออกระเบียบและให้คำนิยามสอดคล้องกับข้อบังคับวิทยุระหว่างประเทศ ไม่ได้มีอะไรบ่งชี้ว่าเดินตามก้นฝรั่งอย่างเช่นบางคนเข้าใจ

            คำนิยามนี้ก็คือปรัชญาของการมีกิจการวิทยุสมัครเล่น ซึ่งเป็นกิจกรรมระดับสากล และเขียนไว้ชัดเจนมากว่า ถ้าท่านอยากเป็นนักวิทยุสมัครเล่น ท่านก็ต้องได้รับอนุญาตจะทางราชการก่อน และบอกถึงวิธีการดำเนินกิจกรรมของกิจการวิทยุสมัครเล่นไว้ว่า กิจการนี้มีไว้ให้ท่านได้ฝึกฝนด้วยตนเอง แปลว่าไม่มีใครลงทุนให้หรือเรียกร้องให้ท่านลงทุน ไม่ว่าเป็นทรัพย์สิน แรงงานหรือเวลา เขาอนุญาตให้ท่านมีไว้เพื่อติดต่อระหว่างกันและการทดลอง ตรวจสอบทางวิชาการ เพราะฉะนั้น ท่านก็มีสิทธิที่จะใช้เครื่องวิทยุรับส่งและความถี่ที่ได้รับอนุญาตติดต่อพูดคุยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและวิชาการต่าง ๆ กิจการวิทยุสมัครเล่นจึงเปรียบเสมือนกับห้องทดลองขนาดยักษ์ ไม่มีขอบเขตจำกัด การเปลี่ยนแปลงในรูปแบบการติดต่อสื่อสาร จึงมักจะเริ่มต้นจากกิจการนี้ และเขียนไว้อีกว่า ทั้งนี้ต้องไม่เกี่ยวกับด้านธุรกิจ การเงินและการเมือง หากมีเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ มาเกี่ยวข้องโดยตรง อาจทำให้การทดลองเกิดความลำเอียงก็ได้ ซึ่งผลของการทดลองจะก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า แต่ไม่ได้ห้ามนำผลทดลองไปขายหรือห้ามนักวิทยุสมัครเล่นทำมาหากิน เพียงแต่ว่าอย่างใช้ความถี่นี้แทนโทรศัพท์หรือเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้า อีกประการหนึ่ง เพื่อมิตรภาพอันดีระหว่างกัน การพูดคุยกันโดยไม่เห็นหน้ากัน หรือพบกันครั้งแรกก็ไม่น่าที่จะคุยกันในเรื่องเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเมือง เป็นพื้นฐานข้อหนึ่งในการเข้าสังคม

นักวิทยุสมัครเล่นกับเทคโนโลยี่การสื่อสาร

            นับตั้งแต่ เจมส์ คลาก แม็กซเวลส์ (James Clerk Maxwell) นักคณิตศาสตร์และฟิกส์ชาวสก๊อต ได้ค้นพบทฤษฎีเกี่ยวกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic wave) ปัจจุบันเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ (Radio wave) และต่อมา ปี ค.ศ. 1887 เฮนริช เฮิรตซ์ (Henrich Hertz) นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน ได้พิสูจน์ทฤษฎีของแม็กซเวลส์ว่าเป็นความจริง และคลื่อวิทยุยังสามารถเดินทางจากจุด ๆ หนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งได้ และอีก 2-3 ปี ต่อมา กูกลิเอลโม มาร์โคนี่ (Guglielmo Merconi) ชาวอิตาลี อายุ 21 ปี ติดตามผลงานของเฮนริช เฮิรตซ์ สามารถสร้างเครื่องส่งและเครื่องรับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้สำเร็จ ในปี ค.ศ. 1895 โดยส่งสัญญาณรหัสมอร์สไปกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า นักทดลองยุคร่วมสมัยเดียวกับมาร์โคนี่ ถือว่าเป็นนักวิทยุสมัครเล่นรุ่นแรกของโลก ที่เกิดจากใจรัก และไม่มีระเบียบรับรองอย่างเป็นทางการ

            จากวันนี้ถึงวันนี้ ระยะเวลากว่า 100 ปี มีการนำคลื่นวิทยุไปใช้กันอย่างกว้างขวางในทุก ๆ ด้าน เช่น การติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ใช้ในกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ การควบคุมระยะไกล แม้กระทั่งทางการแพทย์ รูปแบบการติดต่อสื่อสารก็พัฒนาไปตามความเหมาะสมของการใช้งาน เริ่มต้นจากการติดต่อสื่อสารด้วยสัญญาณรหัสมอร์ส ต่อมาก็เป็นเสียงพูด (Phone) สื่อสารด้วยภาพนิ่ง (Image) Mode SSTV และภาพเคลื่อนไหว (Amateur TeleVision/ATV) และการสื่อสารข้อมูล (Data Communication) เช่น Mode Packet Radio, Tor mode เพื่อให้การสื่อสารกว้างไกลยิ่งขึ้น ก็ได้มีการนำเอาระบบการทวนสัญญาณมาใช้ (Repeater) และการติดต่อสื่อสารผ่านดาวเทียม ทั้งนี้ เป็นการนำเอาคลื่นวิทยุเป็นสื่อกลางเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

            ปัจจุบัน ความต้องการรับส่งข้อมูลข่าวสารมีปริมาณสูง และต้องการความรวดเร็ว และมีเสถียรภาพ ขณะที่ความถี่วิทยุมีอยู่อย่างจำกัด และการติดต่อระยะไกลก็มีข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ ในอีกช่องทางหนึ่ง การติดต่อสื่อสารผ่านคู่สายโทรศัพท์ บวกกับความสามารถของเครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟแวร์ ก่อให้เกิดเครือข่ายอินเตอร์เน็ท    ทำให้สามารถสื่อสารกันด้วยตัวอักษร ภาพ และเสียงเช่นเดียวกัน

            โดยปกติ นักวิทยุสมัครเล่นจะยอมรับการติดต่อด้วยคลื่นวิทยุโดยใช้เครื่องวิทยุรับส่งเท่านั้น แต่ก็มีนักวิทยุสมัครเล่นอีกกลุ่มหนึ่ง มีความคิดแตกต่าง ค้นหาวิธีผสมผสานการทำงานร่วมกันกัน โดยอาศัยคลื่นวิทยุและคู่สายโทรศัพท์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ท ทั้งนี้ เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารไปถึงผู้รับสารปลายทางถูกต้องและรวดเร็วที่สุด

            ตัวอย่างความสำเร็จของนักวิทยุสมัครเล่นในแนวคิดนี้คือ เครือข่าย Packet Radio ของนักวิทยุสมัครเล่น ซึ่งสามารถโยงไยไปทั่วโลก ทำให้เราสามารถใช้เครื่องวิทยุรับส่งเล็ก ๆ เครื่องนี้ อาศัยเครือข่ายอินเตอร์เน็ท เพื่อรับส่งอีเมล์ จดหมายข่าวต่าง ๆ หรือเขาไปดูข้อมูลใน BBS ต่าง ๆ ทั่วโลก ในทางกลับกัน เราก็สามารถเข้ามาทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ทเช่นเดียวกัน

            และราวปี ค.ศ. 2001 นักวิทยุสมัครเล่นกลุ่มหนึ่ง ได้นำเอาเทคโนโลยี่ Voice over Internet Protocol , VoIP ซึ่งใช้งานทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ท มาใช้ร่วมกับความถี่วิทยุ หรือที่พวกเรารู้จักในชื่อ Echolink  (มีซอฟแวร์ตัวอื่นที่ใช้งานคล้ายกัน เช่น EQSO) ทำให้เราติดต่อกันได้กว้างไกลมากขึ้น ตราบเท่าที่เครือข่ายอินเตอร์เน็ทและคลื่นวิทยุไปถึง ทำให้นักวิทยุสมัครเล่นที่ขับรถอยู่ในยุโรป สามารถคุยกับนักวิทยุสมัครเล่นไทยที่ขับรถอยู่บนทางด่วน และสลับไปพูดคุยกับเพื่อนอีกคนที่ประเทศเกาหลีเป็นต้น

                       

             

รูปแบบใหม่อาศัยหลักการอะไร

            รูปแบบการติดต่อสื่อสารรูปแบบใหม่ ที่อาจเกิดขึ้นกับกิจการวิทยุสมัครเล่น และใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ก็เพราะว่า ผู้กำกับดูแลของแต่ละประเทศมีความเข้าใจตามคำนิยามของกิจการวิทยุสมัครเล่น จึงอนุญาตให้มีการทดลองได้

            เนื่องจาก กิจการวิทยุสมัครเล่นเป็นกิจกรรมสากล ทุกประเทศต้องปฏิบัติสอดคล้องกัน มิฉะนั้น อาจก่อให้เกิดการรบกวนระหว่างกัน การกำหนดความถี่ให้ทดลองสำหรับรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้น จึงจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลทางวิชาการว่า รูปแบบใหม่นี้มีพื้นฐานการพัฒนามาจากอะไร ยกตัวอย่างเช่น การติดต่อผ่าน Echolink ซึ่งใช้เสียงพูดเป็นหลัก เครือข่ายอินเตอร์เน็ท เป็นเพียงสื่อกลางที่ทำให้เราสามารถติดต่อได้ไกลขึ้น ประเทศที่อนุญาตให้ใช้งาน VoIP จึงอนุญาตให้ใช้งานที่ความถี่ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เสียงพูด ประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน ขณะที่การรับส่งข้อมูลที่ใช้ Telnet ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ทเหมือนกัน แต่เนื่องจากทำงานบนพื้นฐานแบบ Digital/Packet Radio จึงต้องใช้งานที่ความถี่ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานแบบดิจิตอล ประเทศไทยกำหนดไว้ในช่วงของการสื่อสารรูปแบบอื่น ๆ จะเห็นได้ว่า การติดต่อสื่อสารโดยอาศัยเครือข่ายอินเตอร์เน็ทเช่นเดียวกัน แต่ถูกกำหนดให้ใช้ความถี่แตกต่างกัน

            ประชากรนักวิทยุสมัครเล่นทั่วโลกมีอยู่ประมาณ 3 ล้านคน ทุกคนรู้จักกิจการวิทยุสมัครเล่นเหมือนกัน แต่ก็มีความเข้าใจแตกต่างกัน หลากหลายความต้องการ มีวัฒนธรรมประเพณี ลักษณะทางภูมิศาสตร์ พื้นฐานความรู้ที่แตกต่างกัน การอยู่ร่วมกันจึงต้องอยู่กันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย เทคโนโลยี่การสื่อสารมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นักวิทยุสมัครเล่นมีโอกาสที่ทดสอบทดลองใช้งาน น่าจะเป็นประโยชน์กับท่านทั้งหลายมากกว่า เรามีโอกาสเลือกใช้งานที่เหมาะสมกับเรา จะไม่ดีกว่าหรือ




<back>

                                     


© 2002-2003 by SONGJIANGMALL  created by HS1ASN, KITTY
since October 14, 2002 disclaimer
Last update:01/04/2551 21:27:22