home  

ham  

tea  

myshop  

sjmall  

misc.  

links  

contact us


        

 

 

 

 

เรื่องจริงเกี่ยวกับสายอากาศ

สายอากาศแบบรอบตัวกับกึ่งรอบตัว

            ผมฟังบนความถี่แล้วไม่เข้าใจว่าอะไรคือสายอากาศแบบรอบตัวกับแบบกึ่งรอบตัว ในความคิดของเพื่อนนักวิทยุสมัครเล่นรุ่นใหม่ ส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าสายอากาศแบบรอบตัวคือสายอากาศแบบวงกลมชนิดเอาวงเวียนมาวาด สายอากาศประเภทนี้จะได้แก่พวก 5/8 แลมด้า 1,2,3, หรือ 4 ชั้น วีทู Ringo Ranger 2 F23 เป็นต้น

สายอากาศรอบตัว (ดูเส้นสีแดง)

สายอากาศแบบกึ่งรอบตัวจะเป็นพวก Dipole กับ Folded Dipole

            ความจริงแล้ว สายอากาศแบบรอบตัวชนิดเอาวงเวียนมาวาด มีอยู่เหมือนกัน แต่สร้างไม่ได้ เขาเรียกว่า สายอากาศแบบ Isotopic มีอัตราขยายเท่ากับ 2.15 dBi นอกนั้นก็ไม่กลมอย่างที่คิด จะต้องมีด้านใดด้านหนึ่งแรงกว่า สายอากาศจะไม่อยู่กึ่งกลางของวงกลมหรอกครับ  ดูเส้นรอบวงสีแดงจากรูปข้างล่างนี้ จากจุดกึ่งกลางไปข้างหน้ามากกว่าไปข้างหลัง รูปแบบการแพร่กระจายคลื่นแบบนี้หรือเปล่า จึงเรียกสายอากาศ Dipole กับ Folded Dipole ว่า สายอากาศแบบกึ่งรอบตัว

สายอากาศแบบ Folded Dipole

           

dBi, dBd, dB?

            คำถามแรกก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสายอากาศ มักจะถามว่ามีอัตราขยาย (Gain) เท่าไหร่  ก็ดูที่ข้างซอง แบบไหนตัวเลขสูงกว่าก็เลือกซื้อแบบนั้น เพื่อให้ซื้อง่ายขายคล่อง ส่วนใหญ่เขียนตัวเลขสูง ๆ และถูกต้องตามหลักการด้วย

            อัตราขยายมีหน่วยเป็น dB แล้วที่พิมพ์ไว้เป็นทั้ง dBd, dBi และ dB เฉย ๆ ต่างกันอย่างไรล่ะ

dBd  หมายถึงหน่วยของอัตราขยายของสายอากาศเมื่อเปรียบเทียบกับสายอากาศแบบ Dipole ตัว d หมายถึงสายอากาศแบบ Dipole นั่นเอง สายอากาศแบบ Dipole มีอัตราขยายเท่ากับ 0 dB

dBi หมายถึงหน่วยของอัตราขยายของสายอากาศเมื่อเปรียบเทียบกับสายอากาศแบบ Isotopic ตัว I ก็หมายถึงสายอากาศแบบ Isotopic  สายอากาศแบบ Isotopic เมื่อเปรียบเทียบกับสายอากาศแบบ Dipole มีอัตราขยายเท่ากับ 2.15 dBi

เพราะฉะนั้น อัตราขยาย 0 dBd จึงเท่ากับ 2.15 dBi สายอากาศที่ผลิตจากประเทศญี่ปุ่นนิยมเขียนเป็นหน่วย dBi จึงดูเหมือนว่ามีอัตรายายสูง

dB เฉย ๆ  ระยะแรกสินค้าจากญี่ปุ่นจะเขียนเป็นหน่วย  dBi ซึ่งจะมีตัวเลขสูงกว่าหน่วย dBd ซึ่งนิยมใช้ในแถบยุโรปและอเมริกา เนื่องจากดูพฤติกรรมของผู้ซื้อ จึงเขียนหน่วยใหม่เป็น dB เฉย ๆ อันนี้จะเขียนเท่าไหร่ก็ได้ ตัวเลขจึงสูงกว่าปกติมาก และไม่ถูกฟ้องร้องว่าหลอกลวงผู้บริโภคด้วย เพราะเขาจะไม่เปรียบเทียบกับสายอากาศทั้งแบบ Dipole และ Isotopic เขาเปรียบเทียบกับสายอากาศที่เขาคิดขึ้นเองก็ได้

อัตราขยายเพิ่มขึ้น 3 dB ทำไมน้อยจัง

            มีผู้ถามว่า สายอากาศยากิแบบ 13 อี จำนวน 2 แผง มีอัตราขยาย 18.8 dBd ถ้านำมา Stack กันเป็น 4 แผง มีอัตราขยายเป็น 21.8 dBd ทำไมเพิ่มเพียง 3 dBd เท่านั้น ไม่ใช่ 37.6 dBd หรือ

            3 dB หมายถึงเพิ่มขึ้น  1 เท่าตัว ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เขาตั้งให้มันปวดหัวเล่นทำไม ถ้าสายอากาศท่านมีอัตราขยาย 3 dBd หมายความว่า เมื่อท่านส่งออกอากาศด้วยกำลังส่ง 1 วัตต์ สายอากาศจะเพิ่มกำลังส่งอีก 1 เท่า กลายเป็น 2 วัตต์   (ยังไม่หักลบอัตราสูญเสียในสายนำสัญญาณ)  ท่านลองคิดดูว่าที่ 18.8 dBd เพิ่มขึ้นอีก 3  dBd ถ้าออกอากาศที่ต้นทาง 1 วัตต์ ปลายทางจะเป็นกำลังส่งเท่าไหร่  ถ้าไม่ใช้สายอากาศแบบยากิ จะต้องใช้สายอากาศแบบ Folded Dipole ทั้งหมดกี่ห่วง ดูตารางเปรียบเทียบนะครับ

 

อัตราขยายเพิ่มขึ้น ..dB

กำลังที่ปลายทาง / วัตต์

จำนวนห่วงของ Folded Dipole

3

2

1

6

4

2

9

8

4

12

16

8

15

32

16

18

64

32

21

128

64

            เพราะฉะนั้น การเพิ่มเพียง 3 dB มันไม่น้อยเลยจริงไหมครับ ท่านที่เคยคิดว่าเพิ่มขึ้นแค่ 3 dB คงเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น

           

ทำไมอยู่ในเมืองเขาบอกว่าสายอากาศแบบ Quarter Wave กลางหลังคารถจึงรับส่งได้ดีกว่าแบบอื่น

            การเลือกซื้อสายอากาศแต่ละครั้ง อย่ารู้จักแต่เพียงชื่อทางการค้าเท่านั้น ควรรู้ถึงรูปแบบของสายอากาศชนิดนั้น ๆ ด้วย เพื่อที่เราจะได้เลือกติดตั้งและใช้งานได้เหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดต่อสื่อสาร เรามาดูว่ารูปแบบของสายอากาศแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            สายอากาศแบบ Quarter Wave มีอัตราขยาย 0 dBd เป็นสายอากาศแบบที่ต้องมี Ground plain จุดที่ติดตั้งควรจะเป็นบริเวณกลางหลังคา (โลหะ) รถ บางท่านทำใจไม่ได้ที่ต้องเจาะรูกลางหลังคา ขอแนะนำให้เลือกใช้ฐานแม่เหล็กแทน หากติดตั้งไว้ข้างรางน้ำรถ ก็รับส่งได้แต่สู้กลางหลังคาไม่ได้ มีมุมสะท้อนประมาณ 45 องศา

            สายอากาศแบบ 5/8 แลมด้าชั้นเดียว บางท่านอาจไม่รู้จัก ที่ขายอยู่ในตลาดก็มียี่ห้อ Kulod Larsen กับ MFJ สำหรับของญี่ปุ่นเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ยิน มีอัตราขยายสูงสุด 3 dBd สายอากาศประเภทนี้ก็ต้องใช้ Ground plain เช่นกัน จุดที่ดีที่สุดก็เหมือนกับแบบ Quarter Wave แต่การแพร่กระจายคลื่นทำมุมสะท้อนประมาณ 33 องศา

            สายอากาศแบบ 5/8 แลมด้า 2 ชั้น หรือที่เรารู้จักกันในนาม C- Load ปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่ออกแบบเป็นแบบไม่จำเป็นต้องมีระบบ Ground plain มีอัตราขยายประมาณ 5-5.5 dB  จึงเลือกติดตั้งกับรถยนตร์ได้หลายตำแหน่ง แต่ทั้งนี้ อาศัยหลังคารถช่วยก็จะทำให้ดีกว่า การแพร่กระจายคลื่นเป็นแบบเกือบ ๆ แนวระนาบ

            สายอากาศทั้ง 3 รูปแบบนี้ ท่านคงจะสามารถตัดสินใจได้แล้วว่า สายอากาศรูปแบบไหน เหมาะสำหรับใช้ในการติดต่อกับใครนะครับ และทำไมสายอากาศแบบ Quarter Wave จึงใช้งานในเมืองได้ดีกว่า


<back>

 

                     

                                     


© 2002-2003 by SONGJIANGMALL  created by HS1ASN, KITTY
since October 14, 2002 disclaimer
Last update:01/04/2551 21:27:22