home  

ham  

tea  

myshop  

sjmall  

misc.  

links  

contact us


        

 

 

 

 

ทวงสิทธิ์ 7 MHz 65 ปี

ความเป็นมา

            ย่านความถี่ 7 MHz เริ่มต้นใช้งานจากผลการประชุม International Radiotelegraph conference ที่ Washington เมื่อปี ค.ศ. 1927 และต่อมา ปี ค.ศ.1932 ในการประชุมที่ Madrid กิจการวิทยุสมัครเล่นก็ได้รับการจัดสรรความถี่ให้ใช้งานที่ความ 7000-7300 kHz แถบความถี่ 300 kHz เหมือนกันทั่วโลก

            ในช่วงเวลาต่อมา เนื่องจากปัญหาขัดแย้งทางการเมืองแถบยุโรป (ภูมิภาคที่ 1) และเอเชียบูรพา (ภูมิภาคที่ 3) ซึ่งต่อมาทำให้เกิดสงครามโลก ปัญหาการใช้ความถี่ย่าน 7 MHz ของกิจการวิทยุสมัครเล่นก็เกิดขึ้น ในการประชุมที่ Cairo มีปี ค.ศ. 1938 ได้มีการเสนอในที่ประชุมให้จัดสรรความถี่ย่านนี้ใหม่ เพื่อนำไปใช้ในกิจการวิทยุกระจายเสียง ด้วยเหตุผลเพื่อความมั่นคงและการโฆษณาชวนเชื่อ ในที่สุด โดยการเสนอของรัฐบาลอิตาลี ให้จัดสรรความถี่ย่าน 7, 14 MHz ช่วงความถี่ 7200-7300 kHz ของกิจการวิทยุสมัครเล่น ได้ถูกแบ่ง (Share) ให้ใช้งานร่วมกับกิจการวิทยุกระจายเสียง (Broadcasting) โดยที่แถบทวีปอเมริกา (ภูมิภาคที่ 2) ซึ่งไม่มีปัญหาสงคราม ก็ยังเป็นของนักวิทยุสมัครเล่นตามปกติ

            นักวิทยุสมัครเล่นมีความหวังว่า หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เสร็จสิ้นลงแล้ว ความถี่ที่ถูกแบ่งไปใช้งาน ควรจะกลับคืนสู่ผู้มีสิทธิอันชอบธรรม แต่การประชุมที่ Atlantic City Conferences ปี ค.ศ. 1947 เหตุการณ์กลับเลวร้ายลง กิจการวิทยุกระจายเสียงกลับขยายแถบความถี่ใช้งานเพิ่มขึ้น เป็น 7150-7300 kHz และ ช่วงความถี่ 7100-7150 kHz ถูกจัดสรรให้ใช้เป็นความถี่ร่วมกันกับกิจการวิทยุกระจายเสียง นั่นหมายความว่า หายไปอีก 100 kHz ในทางปฏิบัติ

การประชุมที่ Geneva ในปี ค.ศ. 1959 ย่านความถี่ 7100-7300 kHz ถูกจัดสรรให้ใช้สำหรับกิจการวิทยุกระจายเสียง สำหรับประเทศในภูมิภาคที่ 1 และ 3 สำหรับประเทศภูมิภาคที่ 2 ยังคงใช้สำหรับกิจการวิทยุสมัครเล่นเหมือนเดิม อีก 20 ปีต่อมา ในการประชุม WARC ปี ค.ศ. 1979 ได้มีข้อเสนอให้ใช้ความถี่ 6950-7250 kHz เป็นความถี่สำหรับกิจการวิทยุสมัครเล่นเหมือนกันทั่วโลก แต่มีผลกระทบกับประเทศในแถบภูมิภาคที่ 2 ซึ่งได้ใช้ความถี่ 7100-7300 kHz อยู่แล้ว จึงมีมติเอกฉันท์ให้เหมือนเดิม ก็ยังเรียกร้องไม่สำเร็จ

ความพยายามอีกครั้งในการประชุมที่ Torrenmolinos, Spain ปี ค.ศ. 1992 ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เสนอความถี่ 6900-7200 kHz ใช้สำหรับกิจการวิทยุสมัครเล่นเหมือนกันทั่วโลก ในหัวข้อเรื่องการขยายความถี่สำหรับกิจการวิทยุกระจายเสียงสำหรับย่านความถี่ต่ำกว่า 10 MHz ผลการประชุมรอบนี้ เสนอให้นำเรื่องการจัดสรรความถี่ย่าน 7 MHz เป็นวาระหนึ่งในการประชุมโอกาสต่อไป สร้างความหวังให้กับนักวิทยุสมัครเล่นอีกครั้งหนึ่ง

การประชุม WRC –2000 ที่ Istanbul ได้มีมติให้บรรจุเรื่องการจัดสรรความถี่ย่าน 7 MHz เป็นวาระหนึ่งในการประชุม WRC ปี ค.ศ. 2003

ทำไมต้องทวงสิทธิ 7 MHz

          การที่จะได้รับการจัดสรรให้ใช้ความถี่ใด ๆ นั้น เป็นเรื่องยากมาก แต่ถ้าความถี่ถูกจัดสรรให้กับกิจการอื่น โดยเฉพาะกิจการที่มีรายรับเป็นเงินเป็นทองแล้ว จะเอากลับคืนมาจึงเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนสาหัส ดังตัวอย่างของย่านความถี่ 7 MHz เป็นต้น แถบความถี่ 200 kHz ถูกเอาไปใช้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1938 จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ปี ค.ศ. 2003 เป็นเวลา 65 ปีแล้ว เพิ่งจะมีโอกาสทวงสิทธิอย่างเป็นทางการ โดยบรรจุเป็นวาระการประชุมสำหรับการประชุม WRC-2003 นี้

            สมาคมนักวิทยุสมัครเล่นทั่วโลกจึงต้องทำงานอย่างหนักอีกครั้งหนึ่ง เพื่อหาเหตุและผลต่าง ๆ ทั้งทางเทคนิคและสังคม เพื่อให้ได้สิทธิในการใช้ความถี่เหมือนกันทั่วโลก ผมจะสรุปเหตุผลคร่าว ๆ ดังต่อไปนี้

1.      ความถี่ระหว่าง 4-10 MHz นักวิทยุสมัครเล่นได้รับการจัดสรรตั้งแต่ปี ค.ศ. 1932 เพียงย่านความถี่ 7 MHz และมีแถบความถี่เพียง 300 kHz เท่านั้น

2.      เมื่อปี ค.ศ. 1938 มีนักวิทยุสมัครเล่นทั่วโลกเพียง 15000 คน แต่ปัจจุบันนี้ มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 3 ล้านคน ทำให้เกิดความหนาแน่นในการใช้งาน และประเทศส่วนใหญ่นอกจากทวีปอเมริกา ได้ใช้งานเพียง 100 kHz เท่านั้น

3.      ย่านความถี่นี้เหมาะสำหรับการใช้งานในกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากใช้งานติดต่อระยะสั้นตั้งแต่ 300-1000 กิโลเมตร และสามารถใช้งานได้ดีในช่วงเวลากลางวันด้วย

4.      ย่านความถี่นี้นอกจากสามารถติดต่อระยะทางสั้นแล้ว ยังสามารถติดต่อกับทางไกลระหว่างทวีปได้อีกด้วย ในช่วงเวลากลางคืน

5.      เนื่องจากความถี่นี้ติดต่อระยะสั้นได้ดี จึงเหมาะสำหรับใช้ติดต่อกันภายในประเทศ เช่น ประเทศไทย ระยะทางตั้งแต่เหนือสุดถึงใต้สุด ประมาณ 2 พันกิโลเมตรเศษ ยากปกติความถี่นี้จึงเป็นประโยชน์ในการแจ้งข่าวสารระหว่างกัน และแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดความเข้าใจกันมากขึ้น

6.      การใช้ความถี่ร่วมกัน อาจก่อให้เกิดการรบกวนระหว่างกัน ไม่เป็นประโยชน์ทั้งกิจการวิทยุกระจายเสียงและกิจการวิทยุสมัครเล่น เพราะว่า ผลกระทบของสภาวะชั้นบรรยากาศ (Propagation) กับคลื่นวิทยุย่านความถี่ HF ทำให้สามารถติดต่อกันระดับระหว่างทวีปได้ ด้วยกำลังส่งต่ำ ๆ (ผมเคยติดต่อกับนักวิทยุสมัครเล่นญี่ปุ่น ที่ความถี่ 29 MHz FM ด้วยกำลังส่งเพียง 5-7 วัตต์ จากสถานีที่ท้องฟ้าจำลอง เอกมัย และที่สถานี HS0AC ที่ถนนศรีนครินทร์ ติดต่อกับประเทศฝรั่งเศส และเยอรมันที่ความถี่ 14 MHz Mode Pactor ด้วยกำลังส่งเพียง 3 วัตต์เท่านั้น)

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

            การประชุม WRC-2003 เป็นโอกาสทองอีกครั้งหนึ่งสำหรับนักวิทยุสมัครเล่น ในการทวงสิทธิอันชอบธรรม ทาง IARU ทั้ง 3 ภูมิภาคได้ทำงานอย่างหนัก ผลจะออกหัวหรือออกก้อย ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากตัวนักวิทยุสมัครเล่นและองค์กรตัวแทนนักวิทยุสมัครเล่นที่เกี่ยวข้องทั่วโลก ได้ดำเนินการตามปรัชญาของการมีกิจการวิทยุสมัครเล่นหรือไม่ อีกส่วนหนึ่งคือผู้ที่ดูแลกิจการวิทยุสมัครเล่นทั่วโลก มีความเข้าใจและมองเห็นกิจการนี้เป็นเรื่องการศึกษา พัฒนาคนของชาติ หรือจะมองเห็นความถี่นี้เป็นสินค้าสร้างรายได้ให้กับบางครอบครัว

            ผมประเมินความเป็นไปได้ในเรื่องนี้เหมือนปาฎิหาริย์ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ความพยายามครั้งนี้ ทำให้คำว่า “กิจการวิทยุสมัครเล่น” ผ่านหูผ่านตาผู้แทนของรัฐบาลแต่ละประเทศอีกครั้งหนึ่ง อย่างน้อยที่สุดก็ต้องไปศึกษาว่า จะยอมหรือไม่ยอมรับข้อเสนอด้วยเหตุผลอะไรและการประชุมครั้งนี้ WRC-2003 นอกจากเรื่อง 7 MHz แล้ว ยังมีเรื่องแก้ไขปรับปรุงข้อบังคับวิทยุระหว่างประเทศ ในหมวดที่เกี่ยวข้องกับกิจการวิทยุสมัครเล่น ผู้แทนรัฐบาลแต่ละประเทศยิ่งต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติม

            ในส่วนของนักวิทยุสมัครเล่น เราคงไม่มีความสุขกับการใช้ความถี่วิทยุอย่างสิ้นเปลือง ไม่รู้จักคุณค่าอีกต่อไป ในสภาวะการณ์ปัจจุบัน ความถี่ใช้งานหายากยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด สามารถทำผลประโยชน์มหาศาล ความถี่ที่เราทวงสิทธิอยู่นี้นอกจากโอกาสได้คืนน้อยแล้ว การประชุมครั้งต่อไปอาจถูกยึดไปใช้อย่างอื่นก็ได้ เพราะฉะนั้น ทั้งองค์กร และตัวนักวิทยุสมัครเล่นเอง จะต้องกลับมาพิจารณาทบทวนบทบาทหน้าที่ของตนเอง เพื่อจรรโลงให้กิจการนี้อยู่รอดตลอดไป ต้องแสดงศักยภาพของเราให้กับผู้เกี่ยวข้องเห็นความสำคัญให้ได้ มิฉะนั้นแล้ว ความถี่ที่ท่านกำลังใช้งานอยู่ อาจถูกจัดสรรให้กับกิจการอื่น ใครจะไปรู้

            ผมขอเพิ่มเติมอีกนิด ในการประชุม WRC-2003 ครั้งนี้ ยังมีวาระอื่นที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของกิจการวิทยุสมัครเล่น เช่น การให้สำรวจความเพียงพอของกิจการวิทยุกระจายเสียงช่วงความถี่ 4-10 MHz ข้อนี้อาจกระทบกับความถี่ย่าน 7 MHz ของกิจการวิทยุสมัครเล่นในอนาคต อีกข้อหนึ่ง คือให้สำรวจความถี่ระหว่าง 420-470 MHz โดยอ้างความจำเป็นต้องมีระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยแนวป่าเขตร้อนและชื้น โดย ITU ให้ศึกษาและพิจารณาใช้ความถี่ 432-438 MHz สำหรับกิจการสำรวจพิภพผ่านดาวเทียม (EESS) แล้วนักวิทยุสมัครเล่นที่ได้รับการจัดสรรจาก ITU ให้ใช้ความถี่ 430-450 MHz และความถี่ช่วง 435-438 MHz นักวิทยุสมัครเล่นใช้ติดต่อสื่อสารผ่านดาวเทียมวิทยุสมัครเล่น

นักวิทยุสมัครเล่นไทย และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ท่านพร้อมหรือยัง ที่จะช่วยกันปกป้องความถี่และกิจการวิทยุสมัครเล่นที่เป็นรูปกระทำ และผู้เกี่ยวข้องเข้าใจได้ง่าย





<back>

                                     


© 2002-2003 by SONGJIANGMALL  created by HS1ASN, KITTY
since October 14, 2002 disclaimer
Last update:01/04/2551 21:27:22